ดนตรีและตารางประจำวัน

ช่วงปิดเทอม พวกเรานอนดึก ตื่นสายได้ตามใจชอบ

  แต่ช่วงเปิดเทอมเด็กชายคนดีของแม่ทั้งสองตื่นนอนหกโมงเช้า
  ใครทานอาหารเช้าเสร็จก่อนก็ซ้อมดนตรีเลย
  ขณะที่พี่ซ้อมเปียโน น้องจะทบทวนที่เรียนมากับแม่
  น้องซ้อมแซกโซโฟน พี่จะเรียนทบทวนเองวิชาใดวิชาหนึ่งคร่าวๆ
  ก็ยังเหลือเวลเล่นอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายกันไปโรงเรียน
 
  



 


 
น้องเลิกเรียนกลับถึงบ้านเกือบบ่ายโมง พี่บ่ายโมงครึ่ง
 ก็ใช้เวลาคล้ายช่วงเช้า คือหลังอาหาร ก็ซ้อมดนตรี ต่อด้วยการบ้าน
 เสร็จแล้วก็คือเวลาเล่นตามใจลูก โมเม้นท์ส่วนตัวของลูก
 ถ้าไม่มีกิจกรรมช่วงบ่าย แม่ก็ติวทบทวนเรื่องเรียนให้ลูกๆ
ยกเว้นวิชาเลขและวิชาเรขาคณิต ที่พี่ชอบรับอาสาติวให้น้องเอง 
 ถ้ามีกีฬาหรือกิจกรรมช่วงบ่าย แม่ก็ขับรถไปส่ง แล้วรอรับกลับ
ก่อนไปแม่จะจัดเตรียมอาหารเย็นไว้เรียบร้อยหมดแล้ว
กลับถึงบ้านก็อาบน้ำ ทานข้าวได้เลย
 คุณภาพชีวิตที่ดีของชาวชนบท ก็คือเราไม่ต้องเสียเวลากับการเดินทาง
มีกิจกรรมหลายอย่างในหมู่บ้าน ยกเว้นเทนนิสและยูโด
ที่แม่ต้องขับรถไปใช้เวลาประมาณ 10 นาที
 
 



 



   
หลังอาหารเย็นก็ซ้อมดนตรีอีกรอบ
ซ้อมเสร็จก็เล่น  วาดรูป ฟังเพลง ขอเล่นเกมส์กับแม่
 เช่น เกมส์ Kniffel (ทอยลูกเต๋า Yahtzee) Mensch ärgere dich nicht
เกมส์สแคร็บเบิล(ภาษาเยอรมัน)  Vier gewinnt (เกมส์บิงโก 4 ตัว) 
หรือแม้แต่เล่นขายข้าวขายของ
 ก่อนหนึ่งทุ่ม แม่ก็พาน้องเข้านอน  นอนกอดลูกคุยกับลูก
  แม่ไม่อ่านหนังสือให้ฟังก่อนนอนแล้ว แต่น้องจะอ่านให้แม่ฟังแทน 
ส่วนพี่ก็จะทบทวนที่เรียนมา เสร็จแล้วก็พักผ่อน วาดรูป ฟังเพลง
 สามทุ่มก็เข้านอนทั้งแม่ทั้งลูก
 

 
 เด็กชายคนดีของแม่คุ้นเคยกับตารางประจำวันที่แน่นอน 
 ช่วงลูกยังเป็น baby  เมื่อถึงเวลาอาบน้ำลูก แม่จะเปิดเพลงเดิมๆ
ลูกจะรู้ว่า นี่เวลาอาบน้ำนะ จะคลานต้วมเตี้ยมไปรอแม่เลย
เพลงนี้ หมายถึง เวลาเข้านอนนะ เพลงนี้ ต้องแปรงฟันหลังอาหาร
แม่จึงไม่จำเป็นต้องบอกอะไรซ้ำซาก
เมื่อลูกกินนอนเป็นเวลา อะไรๆก็ง่ายขึ้นเยอะ
แม่เองก็มีเวลา มีโมเม้นท์ส่วนตัวหรือกับคุณพ่อ
 

 
เรื่องดนตรีแม่ไม่ได้เข้มงวดว่าต้องซ้อมถึงวันละ 3 ครั้ง
แต่คุณครูสอนดนตรีคนใหม่ของลูกๆเคร่งเรื่องการซ้อมมากทีเดียว
 ไม่ได้เคร่งแบบกดดัน แต่เคร่งแบบใช้แรงจูงใจ
 คุณครูแนะนำแม่ว่า ให้ลูกซ้อมครั้งละสั้นๆ แต่วันละหลายๆครั้ง
ถ้าเป็นไปได้วันละ 3 ครั้ง ละ 10-15 นาที
ให้แม่ทำตารางไว้เลย
ทุกๆสัปดาห์คุณครูจะเซ็นต์รับรู้และรับรอง
ถ้าซ้อมได้ครบ ทุกสิ้นเดือนจะได้ของขวัญจากทั้งแม่และจากทั้งคุณครู
 ของขวัญนี่ก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอก
แค่ดินสอ ดินสอสีหรือปากกาหนึ่งแท่ง   ยางลบ
แต่ดินสอ ปากกาอันนี้ มีค่า มีความหมายกว่าอันอื่น
 เพราะเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิ
ได้มาจากความขยันหมั่นเพียร  ความมีระเบียบวินัย
 


น้องเล่นแซกโซโฟนในกลุ่มวงดนตรีเด็กป.3  ที่โรงเรียนสัปดาห์ละสองชั่วโมง
จะมีการเรียนเดี่ยว เรียนรวมทีม ซ้อมเดี่ยว ซ้อมรวมทีม
 มีการสอบทั้งทฤษฎีและสอบปฏิบัติ 
 เด็กๆจะมีโอกาสเล่นดนตรีโชว์ แสดงความสามารถบ่อยๆ
ทำให้การเรียนแซกโซโฟนของน้องพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
มาตรฐานที่โรงเรียนกำหนดไว้คือ เมื่อเด็กๆที่จบป.4 
จะสามารถเข้าวงดนตรี Junior big band หรือ  Jazz Band
 หรือวงออร์เคสตราของชั้นป. 5 หรือเกรด 5 ได้เลย
(เด็กป.5 หรือเกรด 5 ถึงเกรด 9 จะมีวงดนตรี junior big band
jazz band หรือวง orchestra)
 


ส่วนพี่เคยมีคุณครูมาสอนเปียโนที่บ้าน ซ้อมมากน้อย ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร
ตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 พี่ไปเรียนที่โรงเรียนสอนดนตรีของรัฐบาล
ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพจะดีกว่าการเรียนแบบไพรเวทมาก
 คุณครูคนใหม่จะเขียนรายงานทุกครั้ง
ว่าลูกเรียนอะไรไปบ้าง ต้องซ้อมเพลงใหนเป็นการบ้าน
ฝึกซ้อมได้ดีและเพียงพอตามที่คุณครูกำหนดไว้หรือไม่
 มีการสอบทั้งทฤษฎีและสอบปฏิบัติ การแสดงโชว์บ่อยๆเช่นกัน
 


ตั้งแต่เปลี่ยนคุณครูมาสอนเปียโน ลูกมีความสุขกับการเรียนมาก
บ่อยครั้งที่ลูกซ้อมต่อเป็นชั่วโมง แล้วนั่งแต่งและเรียบเรียงดนตรีเอง
ลูกหัดซ้อม ทดลองเล่น แล้วพยายามแกะโน้ตเพลงที่ชอบออกมาเอง
 คีตกวีหรือComposer สุดโปรดของลูกคือ Johann Sebastian Bach
Wolfgang Amadeus Mozart และ Carl Orff
 


 เด็กชายคนดีของแม่อายุมากกว่ากันไม่ถึงสองปี
ลูกๆจึงเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนที่รู้ใจกันที่สุดกันไปด้วย 
 พี่น้องจะเชียร์และชื่นชมผลงานดนตรีของกันและกันแบบเต็มร้อย 
 ผลัดกันเล่น ผลัดกันเป็นผู้ชม ใครซ้อมเสร็จก็ปรบมือ ให้กำลังใจกัน
แม่และคุณพ่อปลื้มสุดๆนะลูก ที่เห็นลูกมีความสุขกับดนตรี
 


 ปล 1 เขตที่เราอยู่ โรงเรียนสอนดนตรีของรัฐบาลจะเต็มยาวไป 2-3 ปีก็มี
 ยกเว้นเครื่องดนตรีที่เด็กๆไม่ค่อยนิยมเล่น
เราสมัครไปที่โรงเรียนสอนดนตรีศูนย์กลางของเมืองนั้นๆ
(Städtische Musikschule สำหรับคนที่อยู่ในเมือง
Kreismusikschule สำหรับคนที่อยู่เขตชานเมือง
 เราสมัครข้ามเขตได้ แต่จะถูกชาร์จค่าเรียนเพิ่ม 20 เปอร์เซ็นต์)
 ทางโรงเรียนจะจัดสถานที่เรียนที่ใกล้บ้านเราที่สุดให้
นุชสมัครให้ลูกเค้าก็บอกว่าที่เต็ม ไม่สามารถลงชื่อสำรองที่เรียนได้
 นุชก็โทรไปขอคำปรึกษา... ......ทางโรงเรียนให้นุชโทรไปคุยกับคุณครูเอง  
ว่าจะรับสอนพิเศษนอกเวลามั้ย คุณครูบอกไม่มีคิวว่างเลย 
แต่คุณครูนัดขอดูตัวลูก ขอคุยกับนุชเป็นการส่วนตัว
หลังจากคุยกัน คุณครูแนะนำให้นุชโทรไปที่โรงเรียนอีกรอบ
 นุชก็โทรไป.....ไม่ถึงสองสัปดาห์ ทางโรงเรียนโทรมาบอกว่า
ลูกได้ที่เรียนในหมู่บ้านและได้เรียนเลย
เพื่อที่นุชจะได้ไม่ต้องขับรถรับส่งลูก เพราะ
นุชต้องดูแลูกตามลำพัง
 ถ้าคุณแม่ในเยอรมันคนใหนเจอปัญหานี้ ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆนะคะ


ปล 2  ป่วยค่ะ เรียนอ่านอะไรไม่เข้าสมอง เลยมาอัพไดยาวเหยียดแทน อิอิ
   

     Share


ดนตรีและตารางประจำวัน

<< เที่ยวทัศนศึกษากับลูก(มิวนิค+อิตาลี่) >>

Posted on Sat 31 Jan 2015 18:52